Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

 

 

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๓๕

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๘

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑

 

                                                               

 

                โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๒๑  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อ การจ้าง และการจ้างที่ปรึกษา ภายใต้

โครงการที่ดำเนินการด้วยเงินกู้จากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๗  และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ

การพัสดุ  ให้เป็นระเบียบเดียวกันเพื่อสะดวกในการปฏิบัติยิ่งขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบ

ไว้ดังนี้

                ข้อ    ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ.  ๒๕๓๕”

                ข้อ    ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                ข้อ    ให้ยกเลิก

                        (๑)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๑

                        (๒)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ.  ๒๕๒๓

                        (๓)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ.  ๒๕๒๖

                        (๔)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๔)

พ.ศ.  ๒๕๒๗

                        (๕)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ.  ๒๕๒๘

                        (๖)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๖)

พ.ศ.  ๒๕๒๘

                        (๗)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๗)

พ.ศ.  ๒๕๒๙

 

 

- ๒ -

 

                        (๘)  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๘)

พ.ศ.  ๒๕๓๑

                        (๙)  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อ  การจ้าง  และการจ้าง

ที่ปรึกษา ภายใต้โครงการที่ดำเนินการด้วยเงินกู้จากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๗

                        (๑๐)  ระเบียบว่าด้วยการจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคาร

พ.ศ.  ๒๕๒๑

                บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วใน

ระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                ข้อ    ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

 

หมวด ๑

ข้อความทั่วไป

ส่วนที่ ๑

นิยาม

                ข้อ    ในระเบียบนี้

                        “การพัสดุ”  หมายความว่า  การจัดทำเอง  การซื้อ  การจ้าง  การจ้าง

ที่ปรึกษาการจ้างออกแบบและควบคุมงาน การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุม การจำหน่าย

และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

                        “พัสดุ”  หมายความว่า  วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง  ที่กำหนดไว้

ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ   หรือการจำแนก

ประเภทรายจ่ายตามสัญญาเงินกู้จากต่างประเทศ

                        “การซื้อ”  หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้ง ทดลอง

และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

                        “การจ้าง”  ให้หมายความรวมถึง การจ้างทำของและการรับขนตาม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการจ้างเหมาบริการ  แต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของ

ส่วนราชการตามระเบียบของกระทรวงการคลัง   การรับขนในการเดินทางไปราชการตาม

กฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ  การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและ

ควบคุมงาน  และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                        “การจ้างที่ปรึกษา”  หมายความว่า  การจ้างบริการจากที่ปรึกษา แต่ไม่

รวมถึงการจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคารด้วยเงินงบประมาณ

 

 

 

- ๓ -

 

                        “การจ้างออกแบบและควบคุมงาน”  หมายความว่า  การจ้างบริการจาก

นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบธุรกิจบริการด้านงานออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง

อาคารด้วยเงินงบประมาณ

                        “เงินงบประมาณ”  หมายความว่า  งบประมาณรายจ่ายประจำปี

งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม  และเงินซึ่งส่วนราชการได้รับไว้โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงการคลังให้ไม่ต้องส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ  แต่ไม่รวมถึง

เงินกู้  และเงินช่วยเหลือตามระเบียบนี้

                        “เงินกู้”  หมายความว่า  เงินกู้ตามกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจ

กระทรวงการคลังกู้เงินจากต่างประเทศ

                        “เงินช่วยเหลือ”  หมายความว่า  เงินที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ต่างประเทศ  องค์การระหว่างประเทศ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ  องค์การต่างประเทศ

ทั้งในระดับรัฐบาลและที่มิใช่ระดับรัฐบาล  มูลนิธิหรือเอกชนต่างประเทศ

                        “อาคาร”  หมายความว่า  สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือ

ใช้สอยได้ เช่น  อาคารที่ทำการ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา สถานีนำร่อง หรือสิ่งปลูกสร้าง

อย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน  และรวมตลอดถึงสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ  ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ประโยชน์

ใช้สอยสำหรับอาคารนั้น ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ำ หอถังน้ำ ถนน ประปา และสิ่งอื่น ๆ

ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

                        “พัสดุที่ผลิตในประเทศ”  หมายความว่า  ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตสำเร็จรูปแล้ว

โดยสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในประเทศไทย

                        “กิจการของคนไทย”  หมายความว่า  กิจการที่เป็นของบุคคลธรรมดา

หรือนิติบุคคลสัญชาติไทย

                        “ที่ปรึกษา”  หมายความว่า  บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบ

ธุรกิจ  หรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม  สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ หรือ

สาขาอื่น รวมทั้งให้บริการด้านศึกษา  สำรวจ ออกแบบและควบคุมงาน และการวิจัย  แต่ไม่

รวมถึงการให้บริการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างอาคารด้วยเงินงบประมาณ

                        “ที่ปรึกษาไทย”  หมายความว่า  ที่ปรึกษาที่มีสัญชาติไทย และได้

จดทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง

                        “ส่วนราชการ”  หมายความว่า  กระทรวง ทบวง กรม สำนักงาน  หรือ

หน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือในต่างประเทศ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  หรือหน่วยงานอื่นซึ่งมี

กฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

 

 

- ๔ -

 

                        “รัฐวิสาหกิจ”  หมายความว่า  รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ

งบประมาณ

                        “ปลัดกระทรวง”  หมายความรวมถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและ

ปลัดทบวงด้วย

                        “หัวหน้าส่วนราชการ”

                        -สำหรับราชการบริหารส่วนกลาง  หมายความว่า  อธิบดี หรือหัวหน้า-

ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล

                        -สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาค หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด

                        “ห้วหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ”  หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานระดับกอง

หรือที่มีฐานะเทียบกองซึ่งปฏิบัติงานในสายงานที่เกี่ยวกับการพัสดุตามที่องค์กรกลางบริหาร

งานบุคคลกำหนด  หรือ ข้าราชการอื่นซึ่งได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการให้เป็นหัวหน้า-

เจ้าหน้าที่พัสดุ แล้วแต่กรณี

                        (คำนิยามนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙)

                        “เจ้าหน้าที่พัสดุ”  หมายความว่า  เจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่

เกี่ยวกับการพัสดุ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าส่วนราชการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับ

การพัสดุตามระเบียบนี้

                        “ผู้อำนวยการโครงการ”  หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมาย

ให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุตามโครงการเงินกู้หรือโครงการเงิน

ช่วยเหลือ

                        “โรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ”  หมายความว่า  โรงงานที่ได้

รับการรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานเลขที่  มอก. ๙๐๐๑  หรือ  มอก. ๙๐๐๒  ในกิจการ

และขอบข่ายที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

                        (คำนิยามนี้เพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙)

                        “ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน”  หมายความว่า  บุคคลธรรมดา

หรือนิติบุคคลที่เข้าเสนอราคาขายในการซื้อพัสดุของทางราชการ หรือเข้าเสนอราคาเพื่อรับจ้าง

ทำพัสดุ หรือเข้าเสนองานเพื่อรับจ้างเป็นที่ปรึกษา หรือรับจ้างออกแบบและควบคุมงานให้แก่

ส่วนราชการใด  เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการของบุคคลธรรมดา

หรือนิติบุคคลอื่นที่เข้าเสนอราคาหรือเข้าเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน

 

 

 

- ๕ -

 

                        การมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบุคคลธรรมดาหรือ

นิติบุคคลดังกล่าวข้างต้น ได้แก่ การที่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์กัน

ในลักษณะดังต่อไปนี้

                        (๑) มีความสัมพันธ์กันในเชิงบริหาร  โดยผู้จัดการ  หุ้นส่วนผู้จัดการ 

กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือ

ของนิติบุคคลรายหนึ่ง  มีอำนาจหรือสามารถใช้อำนาจในการบริหารจัดการกิจการของบุคคล

ธรรมดาหรือของนิติบุคคลอีกรายหนึ่งหรือหลายราย ที่เสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราช

การนั้นในคราวเดียวกัน

                        (๒) มีความสัมพันธ์กันในเชิงทุน โดยผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ

หรือผู้เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัด

หรือบริษัทมหาชนจำกัด  เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเป็นผู้ถือ

หุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด อีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เสนอราคาหรือ

เสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน

                        คำว่า “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่”  ให้หมายความว่า  ผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นเกินกว่า

ร้อยละยี่สิบห้าในกิจการนั้นหรือในอัตราอื่นตามที่ กวพ. เห็นสมควรประกาศกำหนดสำหรับ

กิจการบางประเภทหรือบางขนาด

                        (๓) มีความสัมพันธ์กันในลักษณะไขว้กันระหว่าง (๑) และ (๒) โดย

ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการ

ของบุคคลธรรมดาหรือของนิติบุคคลรายหนึ่ง เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วน

จำกัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด อีกรายหนึ่งหรือหลายราย

ที่เข้าเสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน หรือในนัยกลับกัน

                        การดำรงตำแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน หรือการเข้าถือหุ้นดังกล่าวข้างต้นของ

คู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลใน  (๑)  (๒)  หรือ  (๓)  ให้ถือว่าเป็นการดำรง

ตำแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน  หรือการถือหุ้นของบุคคลดังกล่าว

                        ในกรณีบุคคลใดใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ

ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นโดยที่ตนเองเป็นผู้ใช้อำนาจในการบริหารที่แท้จริง

หรือเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

แล้วแต่กรณี และห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าเสนอ

ราคาหรือเสนองานให้แก่ส่วนราชการนั้นในคราวเดียวกัน   ให้ถือว่าผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน

นั้นมีความสัมพันธ์กันตาม (๑) (๒) หรือ (๓)  แล้วแต่กรณี

 

 

 

- ๖ -

 

                        “การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม”  หมายความว่า  การที่ผู้

เสนอราคาหรือผู้เสนองานรายหนึ่งหรือหลายรายกระทำการอย่างใด ๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือ

เป็นอุปสรรค หรือไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคา หรือเสนอ

งานต่อส่วนราชการ  ไม่ว่าจะกระทำโดยการสมยอมกัน หรือโดยการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้

เรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่

ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใดโดยทุจริต   ทั้งนี้  โดยมี

วัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ในระหว่างผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานด้วยกัน หรือเพื่อให้

ประโยชน์แก่ผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานรายหนึ่งรายใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับส่วนราชการนั้น

หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อให้เกิดความได้เปรียบส่วนราชการโดย

มิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ

                        “เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ”  หมายความว่า  คณะกรรมการ

เปิดซองสอบราคาตามข้อ  ๔๒  คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาตามข้อ  ๕๐  คณะ 

กรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกตามข้อ ๘๖  คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดย

วิธีคัดเลือกตามข้อ ๑๐๓  คณะกรรมการดำเนินการจ้างโดยวิธีคัดเลือกแบบจำกัดข้อกำหนดตาม

ข้อ ๑๐๖  หรือผู้ว่าจ้างในกรณีการจ้างออกแบบและควบคุมงานโดยวิธีพิเศษที่เป็นการว่าจ้างโดย

การประกวดแบบตามข้อ ๑๐๗(๒)

                        “งานก่อสร้างสาธารณูปโภค” หมายความว่า  งานก่อสร้าง ซ่อมแซม และ

บำรุงรักษางานอันเกี่ยวกับการประปา การไฟฟ้า การสื่อสาร การโทรคมนาคม การระบายน้ำ

ระบบการขนส่งปิโตรเียมโดยทางท่อ ทางหลวง ทางรถไฟ  และการอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งดำเนินการ

ในระดับพื้นดิน ใต้พื้นดิน หรือเหนือพื้นดิน”

                        (คำนิยาม “ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” “การขัดขวางการแข่งขัน

ราคาอย่างเป็นธรรม” “เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ”  และ  “งานก่อสร้างสาธารณู-

ปโภค”  เพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  (ฉบับที่  ๔)

พ.ศ.  ๒๕๔๑ )

 

ส่วนที่ ๒

การใช้บังคับและการมอบอำนาจ

                ข้อ    ระเบียบนี้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุโดยใช้

เงินงบประมาณ เงินกู้ และเงินช่วยเหลือ

 

 

- ๗ -

 

                ข้อ    สำหรับส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม  การกำหนดให้ส่วนราชการ

ระดับใด  ผู้บังคับบัญชาชั้นใด  ตำแหน่งใด  มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้  ให้เป็นไปตามที่

กระทรวงกลาโหมกำหนด  และเมื่อได้กำหนดไปประการใดแล้ว  ให้แจ้งผู้รักษาการตามระเบียบ 

และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ทราบด้วย

                (ความในข้อนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่  ๔)  พ.ศ. ๒๕๔๑)

                ข้อ    สำหรับส่วนราชการที่หัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

หรือส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงใด ให้หัวหน้าส่วนราชการ

นั้นมีอำนาจในการดำเนินการตามระเบียบนี้เท่ากับหัวหน้าส่วนราชการ  ส่วนอำนาจที่เกินกว่า

นั้นให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปเป็นผู้พิจารณา

                ข้อ    ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้ จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่

ผู้ดำรตำแหน่งใดก็ได้  โดยให้คำนึงถึงระดับ ตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับ

มอบอำนาจเป็นสำคัญ

                เมื่อมีการมอบอำนาจตามวรรคหนึ่ง  ผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับมอบอำนาจ

นั้น และจะมอบอำนาจนั้นให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นต่อไปไม่ได้  เว้นแต่

                        (๑)  การมอบอำนาจให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด  ꗬÁGОሀ¿ကЀ㒴
橢橢珃珃О砪ᦡᦡ願￿￿￿
]ƼƼƼƼƼƼƼǐǐǐǐ8ȈȜÄǐ㈄Ĵ̜̜̜̜̜̜̜̜⼲[1]⼴⼴⼴K⽿ĎろĎ㆛$㌸Ǵ㔬ŠㆿEƼ̜̜̜̜̜ㆿ)  กรณีมอบอำนาจให้แก่บุคคลอื่นนอกจากที่กล่าวใน (๑.๑)

จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอำนาจชั้นต้นแล้ว

                        (๒)  การมอบอำนาจและการมอบอำนาจต่อตามระเบียบกระทรวง

กลาโหม

                เพื่อความคล่องตัวในการจัดหา ให้หัวหน้าส่วนราชการมอบอำนาจในการสั่งการ

และดำเนินการจัดหาให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งรองลงไปเป็นลำดับ

                สำหรับโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ  ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้  จะ

แต่งตั้งข้าราชการคนหนึ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการโครงการ และมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ

ในการดำเนินการตามระเบียบนี้ให้เป็นการเฉพาะก็ได้

                ให้ผู้มอบส่งสำเนาหลักฐานการมอบอำนาจให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค แล้วแต่กรณี ทราบทุกครั้ง

 

 

- ๘ -

 

                (ความในข้อนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ  (ฉบับที่  ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙  และข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ  (ฉบับที่  ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑)

 

ส่วนที่ ๓

บทกำหนดโทษ

 

                ข้อ  ๑๐  ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบนี้ หรือผู้หนึ่งผู้ใด กระทำ

การใดโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้    หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต 

หรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจ  หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่    รวมทั้งมีพฤติกรรมที่เอื้อ

อำนวยแก่ผู้เข้าเสนอราคาหรือเสนองาน  ให้มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม  ถือว่า

ผู้นั้นกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการหรือตามกฎหมายเฉพาะของส่วน-

ราชการนั้น  ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

                        (๑)  ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริต หรือเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย

อย่างร้ายแรงให้ดำเนินการลงโทษอย่างต่ำปลดออกจากราชการ

                        (๒)  ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายแต่ไม่ร้ายแรง ให้

ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน

                        (๓)  ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย ให้ลงโทษ

ภาคทัณฑ์ หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

                การลงโทษทางวินัยตาม  (๑)  หรือ (๒) ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจาก

ความรับผิดในทางแพ่งตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง   หรือความรับผิด

ทางอาญา (ถ้ามี)

                (ความในข้อนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑)

 

ส่วนที่ ๔

คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ

 

                ข้อ  ๑๑  ให้มีคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ เรียกโดยย่อว่า “กวพ.” ประกอบ

ด้วย  ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ  ผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี  ผู้แทน

 

 

 

- ๙ -

 

กระทรวงกลาโหม  ผู้แทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด  ผู้แทน

สำนักงบประมาณ  ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ป.  ผู้แทน

กรมวิเทศสหการ  ผู้แทนกรมบัญชีกลาง  ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  ผู้แทนสำนักงาน

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกินห้าคน เป็น

กรรมการ  และให้เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ  

กับให้ กวพ.แต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน

                ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ผู้ทรง

คุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

                ข้อ  ๑๒  ให้ กวพ. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

                        (๑)  ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบ

                        (๒)  พิจารณาการอนุมัติยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ

                        (๓)  พิจารณาคำร้องเรียนเกี่ยวกับการที่ส่วนราชการไม่ปฏิบัติตาม

ระเบียบ

                        (๔)  เสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงระเบียบต่อคณะรัฐมนตรี

                        (๕)  กำหนดแบบหรือตัวอย่าง รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง

และกำหนดแนวทางวิธีปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

                        (๖)  เสนอความเห็นต่อผู้รักษาการตามระเบียบ ในการพิจารณาและแจ้ง

เวียนชื่อผู้ทิ้งงาน  และการสั่งเปลี่ยนแปลงเพิกถอนผู้ทิ้งงานของส่วนราชการ  หน่วยงานตาม

กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น   หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มี

ฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ

                        (๗)  กำหนดอัตราร้อยละของราคาตามข้อ  ๑๖  (๖)  (๗)  (๘)

และ  (๑๑)

                        (๘)  กำหนดประเภทหรือชนิดของพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากต่างประเทศ 

ตามข้อ  ๖๘

                        (๙)  เชิญข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการหรือพนักงานและลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามหรือให้ข้อเท็จจริงรวมทั้งเรียกเอกสารจาก

ส่วนราชการ  หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานอื่น

ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจในส่วนที่เกี่ยวข้อง

                        (๑๐)  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ

มอบหมาย

 

 

 

- ๑๐ -

 

                        (๑๑)  พิจารณาดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

                        (๑๒)  พิจารณารายงานการจ้างตามข้อ  ๘๓  วรรคสอง

                        (๑๓)  กำหนดอัตราค่าจ้างที่ปรึกษาตามข้อ  ๙๒

                        (๑๔)  กำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดค่าปรับตามข้อ  ๑๓๔

                        (๑๕)  กำหนดหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีปฏิบัติเพื่อให้มีการปฏิบัติ

ตามระเบียบนี้

                (ความใน (๗) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙ และความใน (๑๒) (๑๓) (๑๔) และ (๑๕) เพิ่มเติม

โดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑ )

 

หมวด ๒

การจัดหา

ส่วนที่ ๑

บททั่วไป

 

                ข้อ  ๑๓  หลังจากได้ทราบยอดเงินที่จะนำมาใช้ในการจัดหาแล้วให้ส่วนราชการ

รีบดำเนินการให้เป็นไปตามแผน  และตามขั้นตอนของระเบียบนี้ ในส่วนที่ ๒  ส่วนที่ ๓  หรือ

ส่วนที่ ๔  แล้วแต่กรณี  เพื่อให้พร้อมที่จะทำสัญญาได้ทันทีเมื่อได้รับอนุมัติทางการเงินแล้ว

                การจัดหาโดยวิธีสอบราคา  และวิธีประกวดราคา  ให้ส่วนราชการวางแผนใน

การจัดหา  และดำเนินการให้เป็นไปตามแผนด้วย

                (ความในข้อนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่ ๓)  พ.ศ. ๒๕๓๙)

                ข้อ  ๑๔  การได้มาซึ่งพัสดุหรือบริการนอกเหนือจากที่ระเบียบนี้ได้กำหนดไว้

และไม่มีระเบียบของทางราชการหรือกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ  ให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลม

ตามวิธีการจัดหาลักษณะใดลักษณะหนึ่งที่กำหนดไว้ในหมวดนี้

                ข้อ  ๑๕  กรณีที่มีการจัดทำเอง ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิด

ชอบในการจัดทำเองนั้น  และแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการปฏิบัติงานโดยมีคุณสมบัติและ

หน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจการจ้าง  เว้นแต่ส่วนราชการที่กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่

ที่รับผิดชอบโดยเฉพาะอยู่แล้ว

                ข้อ  ๑๕ ทวิ  การจัดหาพัสดุตามระเบียบนี้  ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน

ของการจัดหา ต้องดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็น

 

 

- ๑๑ -

 

ธรรม  ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงคุณสมบัติและความสามารถของผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองาน  เว้นแต่

กรณีที่มีลักษณะเฉพาะอันเป็นข้อยกเว้นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

                 ในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน  ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องมีการบันทึกหลักฐาน

ในการดำเนินการ พร้อมทั้งต้องระบุเหตุผลในการพิจารณาสั่งการในขั้นตอนที่สำคัญไว้เพื่อ

ประกอบการพิจารณาด้วย

                ข้อ  ๑๕ ตรี  เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมตาม

ข้อ ๑๕ ทวิ  ให้ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่เป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันแต่เพียง

รายเดียวเท่านั้น มีสิทธิที่จะเสนอราคาหรือเสนองานในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุ การจ้าง

ที่ปรึกษา หรือการจ้างออกแบบและควบคุมงานของทางราชการในแต่ละครั้ง

                ให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ  ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของ

ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานแต่ละรายว่าเป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ก่อนการ

เปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน แล้วแต่กรณี  และในกรณีการซื้อหรือการจ้างทำ

พัสดุโดยวิธีประกวดราคาตามข้อ  ๕๔   หรือการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกตามข้อ  ๘๕  และ

ข้อ  ๘๙  ให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอ

ราคาหรือผู้เสนองานดังกล่าว ก่อนการเปิดซองข้อเสนอด้านเทคนิค ซองข้อเสนอด้านราคา หรือ

ซองข้อเสนอทางการเงิน

                ข้อ  ๑๕ จัตวา  ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานแต่ละ

รายตามข้อ  ๑๕ ตรี  วรรคสอง  ให้เจ้าหน้าที่กำหนดให้ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานยื่นเอกสาร

แสดงคุณสมบัติแยกมาต่างหาก โดยอย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

                (๑) ในกรณีผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานเป็นนิติบุคคล  ให้ยื่นสำเนาหนังสือ

รับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ

ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่  พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

                (๒) ในกรณีผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่

นิติบุคคล  ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็น

หุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง

                (๓) ในกรณีที่ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานร่วมกัน

ในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า  ให้ยื่นสำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของ

ผู้ร่วมค้า  และในกรณีที่ผู้เข้าร่วมค้าฝ่ายใดเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย  ก็ให้ยื่นสำเนา

หนังสือเดินทาง หรือถ้าผู้ร่วมค้าฝ่ายใดเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑)

                (๔) เอกสารอื่นตามที่ส่วนราชการกำหนด เช่น หนังสือแสดงฐานะทางการเงิน

สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

 

- ๑๒ -

 

                การยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง  ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นซองสอบ

ราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน แล้วแต่กรณี   สำหรับกรณีที่ระเบียบนี้กำหนดให้ยื่นซองข้อ

เสนอด้านเทคนิคเพียงซองเดียวตามข้อ  ๘๗ (๒)  ให้ผู้เสนองานยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติตาม

วรรคหนึ่งมาพร้อมกับการยื่นซองดังกล่าวด้วย

                เมื่อได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานแต่ละรายตาม

ข้อ  ๑๕ ตรี วรรคสองแล้ว  ให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติประกาศรายชื่อผู้เสนอราคา

หรือผู้เสนองานที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของส่วนราชการโดย

พลัน   และถ้าผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานอยู่ ณ สถานที่ที่มีการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา

หรือเสนองาน แล้วแต่กรณี  ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานรายนั้นทราบด้วย

                ข้อ  ๑๕ เบญจ  เมื่อได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน

แต่ละรายตามข้อ  ๑๕ ตรี วรรคสองแล้ว  หากปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานเป็นผู้เสนอ

ราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน  ให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติตัดรายชื่อผู้เสนอราคา

หรือผู้เสนองานดังกล่าวทุกรายออกจากการเป็นผู้เสนอราคาหรือผูꗬÁGОሀ¿ကЀ㒴
橢橢珃珃О砪ᦡᦡ願￿￿￿
]ƼƼƼƼƼƼƼǐǐǐǐ8ȈȜÄǐ㈄Ĵ̜̜̜̜̜̜̜̜⼲[1]⼴⼴⼴K⽿ĎろĎ㆛$㌸Ǵ㔬ŠㆿEƼ̜̜̜̜̜ㆿดังกล่าวต่อ

ปลัดกระทรวงภายใน    วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งพร้อมทั้งแสดงเหตุผลของการอุทธรณ์และ

เอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย

                ในกรณีที่มีการยื่นอุทธรณ์ตามวรรคสอง  ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาวินิจฉัย

อุทธรณ์พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยพลัน  การวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงให้ถือ

เป็นที่สุดสำหรับการเสนอราคาหรือเสนองานในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุ การจ้างที่ปรึกษา

หรือการจ้างออกแบบและควบคุมงานในครั้งนั้น  และให้ส่งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวให้ กวพ.

ทราบด้วย

                การยื่นอุทธรณ์ตามวรรคสอง ย่อมไม่เป็นเหตุให้มีการขยายระยะเวลาการเปิดซอง

สอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน แล้วแต่กรณี  ทั้งนี้ เว้นแต่ปลัดกระทรวงพิจารณาเห็นว่า

การขยายระยะเวลาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง  และในกรณีที่ปลัดกระทรวง

พิจารณาแล้วเห็นด้วยกับคำคัดค้านของผู้อุทธรณ์ และเห็นว่าการยกเลิกการเปิดซองสอบราคา

ประกวดราคา หรือเสนองานที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง ให้

ปลัดกระทรวงมีอำนาจยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองานดังกล่าวได้

                ข้อ  ๑๕ ฉ  นอกจากการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองาน

แต่ละรายตามข้อ  ๑๕ ตรี วรรคสอง และตามข้อ  ๑๔๕ แล้ว  หากปรากฏต่อเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่

 

 

- ๑๓ -

 

ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนหรือในขณะที่มีการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองาน ว่ามี

ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม   ให้

เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว  หากเชื่อได้ว่ามีการ

กระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม   ให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ

คุณสมบัติ ตัดรายชื่อผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่กระทำการดังกล่าวทุกรายออกจากการเป็น

ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุ การจ้างที่ปรึกษา หรือการจ้างออกแบบ

และควบคุมงานในครั้งนั้น  เว้นแต่เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติจะวินิจฉัยว่า ผู้เสนอ

ราคาหรือผู้เสนองานนั้น เป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของทางราชการ

และมิได้เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวตามนัยข้อ  ๑๔๕ เบญจ  จะไม่ตัดรายชื่อผู้เสนอราคา

หรือผู้เสนองานนั้นออกจากการเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุ

การจ้างที่ปรึกษา หรือการจ้างออกแบบและควบคุมงานนั้นก็ได้

                ให้นำความในข้อ  ๑๕ จัตวา วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม   และผู้เสนอราคา

หรือผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิ

อุทธรณ์คำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติได้  ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ  ๑๕ เบญจ

วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้กับการอุทธรณ์ในกรณีนี้โดยอนุโลม   และให้หัวหน้าส่วน

ราชการเสนอต่อปลัดกระทรวงเพื่อพิจารณาให้ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อออกจาก

การเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้ทิ้งงานตามความในหมวด ๒ ส่วนที่ ๘

การลงโทษผู้ทิ้งงาน

                ข้อ  ๑๕ สัตต  ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังจากการเปิดซองสอบราคา

ประกวดราคา หรือเสนองานแล้ว ว่าผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกตาม

ที่ได้ประกาศรายชื่อไว้ตามข้อ  ๑๕ จัตวา วรรคสาม เป็นผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับ

ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานรายอื่น  หรือเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานที่กระทำการอันเป็นการ

ขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม   ให้หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจที่จะตัดรายชื่อผู้เสนอ

ราคาหรือผู้เสนองานที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกดังกล่าวทุกรายออกจากประกาศรายชื่อตาม

ข้อ  ๑๕ จัตวา วรรคสาม

                ให้หัวหน้าส่วนราชการเสนอต่อปลัดกระทรวงเพื่อพิจารณาให้ผู้เสนอราคาหรือ

ผู้เสนองานที่ถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานตามวรรคหนึ่ง   เป็นผู้

ทิ้งงานตามความในหมวด ๒ ส่วนที่ ๘ การลงโทษผู้ทิ้งงาน  และในกรณีที่ปลัดกระทรวงพิจารณา

แล้วเห็นว่า การยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

จะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง   ให้ปลัดกระทรวงมีอำนาจยกเลิกการเปิดซองสอบราคา

 

 

 

- ๑๔ -

 

ประกวดราคา หรือเสนองานดังกล่าวได้

                (ความในข้อ ๑๕ ทวิ  ข้อ ๑๕ ตรี  ข้อ ๑๕ จัตวา  ข้อ ๑๕ เบญจ  ข้อ ๑๕ ฉ  และ

ข้อ ๑๕ สัตต  เพิ่มเติมโดยข้อ ๘ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  (ฉบับที่ ๔)

พ.ศ. ๒๕๔๑)

 

ส่วนที่ ๒

การซื้อการจ้าง

การใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศและกิจการของคนไทย

                ข้อ  ๑๖  ให้ส่วนราชการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศหรือเป็นกิจการของคนไทย

ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

                        (๑)  ห้ามกำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะซึ่งอาจมีผลกีดกัน

ไม่ให้ผู้ผลิตหรือผู้ขายพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือเป็นกิจการของคนไทยสามารถเข้าแข่งขันกันใน

การเสนอราคากับทางราชการ

                        (๒)  ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ มีประกาศกำหนดมาตรฐาน

ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว ให้กำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะหรือรายการในการ

ก่อสร้างตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือเพื่อความสะดวกจะระบุเฉพาะหมายเลข

มาตรฐานก็ได้

                        (๓)  ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ   ยังไม่มีประกาศกำหนด

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  แต่มีผู้ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาห-

กรรมแล้ว ให้กำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะหรือรายการในการก่อสร้าง ให้สอดคล้อง

กับรายละเอียดหรือคุณลักษณะเฉพาะตามที่ระบุไว้ในคู่มือผู้ซื้อ หรือใบแทรกคู่มือผู้ซื้อที่กระทรวง

อุตสาหกรรมจัดทำขึ้น

                        (๔)  ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องกำหนดรายละเอียดหรือคุณลักษณะ

เฉพาะ หรือรายการในการก่อสร้างแตกต่างจากที่กำหนดไว้ใน (๒) หรือ (๓) ให้แจ้งสำนักงาน

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และเมื่อได้รับหนังสือกระทรวงอุตสาหกรรมตอบรับทราบหรือ

ไม่ทักท้วงแล้ว ให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างต่อไปได้ หรือไม่รับพิจารณารายนั้น  แล้วแต่กรณี

                        (๕) ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ เป็นพัสดุที่มีผู้ได้รับใบอนุญาต

แสดงเครื่องหมายมาตรฐานประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกัน และในขณะเดียวกันเป็นพัสดุที่มี

ผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพโดยมีผู้ผลิตตั้งแต่สามรายขึ้นไป ให้ระบุความ

ต้องการเฉพาะพัสดุซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานและผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบ

คุณภาพที่ทำในประเทศไทยเท่านั้น

 

- ๑๕ -

 

                        ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำตามวรรคหนึ่ง เป็นพัสดุที่มีผู้ได้รับ

ใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกันและในขณะเดียวกันเป็น

พัสดุที่มีผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพโดยมีผู้ผลิตน้อยกว่าสามราย แต่เป็น

พัสดุที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกันโดยมีผู้ได้

รับใบอนุญาตตั้งแต่สามรายขึ้นไป  หรือเป็นพัสดุที่มีผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบ

คุณภาพโดยมีผู้ผลิตตั้งแต่สามรายขึ้นไป  ให้ส่วนราชการระบุความต้องการเฉพาะพัสดุซึ่งแสดง

เครื่องหมายมาตรฐาน  หรือพัสดุที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพที่ทำใน

ประเทศไทยและให้ดำเนินการตาม (๖)

                        (๖) ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ เป็นพัสดุที่มีผู้ได้รับใบอนุญาต

แสดงเครื่องหมายมาตรฐานประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกันตั้งแต่สามรายขึ้นไป  ให้ระบุความ

ต้องการเฉพาะพัสดุซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานที่ทำในประเทศไทยเท่านั้น

                        ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ เป็นพัสดุที่มีผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับ

การรับรองระบบคุณภาพตั้งแต่สามรายขึ้นไป  ให้ระบุความต้องการเฉพาะพัสดุซึ่งผลิตจากโรงงาน

ที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพที่ทำในประเทศไทยเท่านั้น

                        การซื้อหรือการจ้างในกรณีนี้นอกจากการจ้างก่อสร้าง หากมีผู้เสนอราคา

พัสดุที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานและในขณะเดียวกันเป็นพัสดุที่มีผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการ

รับรองระบบคุณภาพเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละห้า ให้ต่อ

รองราคาผู้เสนอราคาพัสดุที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานและผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง

ระบบคุณภาพรายที่เสนอราคาต่ำสุด  หากต่อรองราคาแล้ว ราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกิน

ร้อยละสามหรืออัตราที่ กวพ. กำหนดตามข้อ  ๑๒ (๗)  ให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๗) ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำตาม (๕) หรือ (๖) เป็นพัสดุ

ที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกัน และในขณะ

เดียวกันเป็นพัสดุที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพน้อยกว่าสามราย หรือเป็น

พัสดุที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานประเภท ชนิด หรือขนาดเดียวกัน  โดยมี

ผู้ได้รับใบอนุญาตน้อยกว่าสามราย หรือเป็นพัสดุที่มีผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบ

คุณภาพโดยมีผู้ผลิตน้อยกว่าสามราย  ให้ระบุความต้องการเฉพาะพัสดุที่ทำในประเทศไทย

                        การซื้อหรือการจ้างในกรณีนี้นอกจากการจ้างก่อสร้าง  หากมีผู้เสนอ

ราคาพัสดุที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานและในขณะเดียวกันเป็นพัสดุที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับ

การรับรองระบบคุณภาพ หรือมีผู้เสนอราคาพัสดุที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน หรือมีผู้เสนอ

ราคาพัสดุที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ  ให้ดำเนินการต่อรองราคาดังนี้

                          (ก) ให้เรียกผู้เสนอราคาพัสดุที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานและในขณะ

เดียวกันเป็นพัสดุที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพรายที่เสนอราคาสูงกว่าราคา

 

- ๑๖ -

 

ต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละสิบมาต่อรองราคา  ทั้งนี้ ให้เรียกผู้เสนอราคารายที่

เสนอราคาต่ำสุดมาต่อรองราคาก่อน หากต่อรองราคาแล้ว  ราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุดของ

ผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละเจ็ดหรืออัตราที่ กวพ. กำหนดตามข้อ  ๑๒ (๗)  ให้ซื้อหรือจ้าง

จากผู้เสนอราคารายนั้น หากต่อรองราคาแล้วไม่ได้ผล  ให้เรียกผู้เสนอราคาพัสดุที่แสดงเครื่อง

หมายมาตรฐานและผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพรายที่เสนอราคาต่ำสุดลำดับ

ถัดไปมาต่อรองราคา    หากต่อรองราคาแล้ว  ราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคา

รายอื่นไม่เกินร้อยละเจ็ดหรืออัตราที่ กวพ. กำหนดตามข้อ ๑๒ (๗)  ให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอ

ราคารายนั้น

                          (ข) หากดำเนินการตาม (ก) แล้วไม่ได้ผล ให้เรียกผู้เสนอราคาพัสดุที่

แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน  หรือผู้เสนอราคาพัสดุที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบ

คุณภาพรายที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละเจ็ดมาต่อรอง

ราคา หากต่อรองราคาแล้ว ราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นไม่เกินร้อยละ

ห้า หรืออัตราที่ กวพ.กำหนดตามข้อ  ๑๒ (๗)  ให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๘)  ในกรณีพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้างทำ มีผู้ได้รับการจดทะเบียนผลิต-

ภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ให้ระบุความต้องการเฉพาะพัสดุที่ทำในประเทศไทย

                        การซื้อหรือการจ้างในกรณีนี้ นอกจากการจ้างก่อสร้าง หากมีผู้เสนอราคา

พัสดุที่ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด

ของผู้เข้าแข่งขันรายอื่นไม่เกินร้อยละเจ็ด ให้ต่อรองราคาผู้เสนอราคาพัสดุที่ได้รับการจดทะเบียน

ผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมรายที่เสนอราคาต่ำสุด หากต่อรองราคาแล้ว ราคาที่ลดลง

สูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละห้า หรืออัตราที่ กวพ. กำหนดตามข้อ ๑๒ (๗) ให้ซื้อหรือจ้างจาก

ผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๙)  การดำเนินการตาม (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) ให้ถือตามที่ปรากฏ

ในบัญชีคู่มือผู้ซื้อหรือใบแทรกคู่มือผู้ซื้อที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดทำขึ้นถึงเดือนก่อนหน้าที่จะ

ประกาศซื้อหรือจ้าง

                        ถ้ามีผู้เสนอราคาพัสดุที่อยู่ระหว่างขอการรับรองระบบคุณภาพ หรือการ

ขอรับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน หรือการขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวง

อุตสาหกรรมโดยแนบใบรับมาพร้อมกับใบเสนอราคา หากพัสดุนั้นได้รับการรับรองระบบคุณภาพ

หรือใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน หรือได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวง

อุตสาหกรรมภายใน ๑๐ วันทำการ นับจากวันถัดจากวันเสนอราคา แต่ทั้งนี้จะต้องก่อนการ

พิจารณาตัดสินราคาของคณะกรรมการ ให้ถือเสมือนเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่ได้รับการรับรอง

ระบบคุณภาพ หรือได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน หรือได้รับการจดทะเบียน

ผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม แล้วแต่กรณี

 

- ๑๗ -

 

                        (๑๐)  ในกรณีที่ได้ดำเนินการตาม (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) แล้ว

แต่ไม่สามารถซื้อหรือจ้างได้ ให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างต่อไปได้ หรือไม่รับพิจารณารายนั้น แล้ว

แต่กรณี

                        (๑๑)  การซื้อและการจ้างนอกจากที่กล่าวใน (๒) (๓) (๕) (๖) (๗)

หรือ (๘) แต่ไม่รวมถึงการจ้างก่อสร้าง ให้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เสนอราคาระบุแหล่งกำเนิดหรือ

ประเทศที่ผลิตด้วย ในกรณีที่ผู้เสนอราคาผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งกำเนิดหรือผลิตในประเทศไทย หรือ

เป็นกิจการของคนไทย  เสนอราคาสูงกว่าพัสดุที่มิได้มีแหล่งกำเนิดหรือผลิตในประเทศไทย หรือ

มิได้เป็นกิจการของคนไทยไม่เกินร้อยละห้าของผู้เสนอราคารายต่ำสุด ให้ต่อรองราคาของผู้เสนอ

ราคาพัสดุที่มีแหล่งกำเนิดหรือผลิตในประเทศไทย หรือเป็นกิจการของคนไทยรายที่เสนอถูกต้อง

ตามเงื่อนไขที่กำหนดซึ่งมีคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ   และเสนอราคาต่ำสุด  หาก

ต่อรองราคาแล้ว  ราคาที่ลดลงสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกินร้อยละสาม  หรืออัตราที่  กวพ. กำหนด 

ตามข้อ  ๑๒ (๗) ให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

                        (๑๒)  การเปรียบเทียบราคาให้พิจารณาราคาที่อยู่ในฐานเดียวกัน โดย

ให้พิจารณาราคารวมภาษี ราคาแยกภาษี หรือราคายกเว้นภาษี ตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศให้

ผู้เสนอราคาทราบ  แล้วแต่กรณี

                        (๑๓)  ราคาที่ซื้อหรือจ้าง ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับ

วิธีซื้อหรือวิธีจ้างแต่ละวิธี เว้นแต่จะเข้าหลักเกณฑ์ตาม (๖) (๗) (๘) หรือ (๑๑)

                        การซื้อหรือการจ้าง ที่ดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือซึ่งไม่สามารถ

เจรจากับแหล่งเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือเพื่อกำหนดเงื่อนไขตามวรรคหนึ่งได้     ให้ส่วนราชการ

ส่งเสริมพัสดุที่ผลิตในประเทศไทย หรือเป็นกิจการของคนไทย ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

                        ในกรณีที่พัสดุใด ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ให้ กวพ.

มีอำนาจยกเว้นการส่งเสริมพัสดุประเภทหรือชนิดดังกล่าวได้ ตามความเหมาะสมและจำเป็น

                        ผู้ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานประเภท ชนิด หรือขนาด

เดียวกัน หรือผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพตาม (๕) (๖) หรือ (๗) แต่ละ

รายถ้ามีลักษณะที่เป็นการมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมตามนัยของบทนิยาม

“ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” ให้นับผู้ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานหรือ

ผู้ผลิตดังกล่าวเป็นหนึ่งรายเท่านั้น

                (ความในข้อนี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑)

                ข้อ  ๑๗  ให้ส่วนราชการดังต่อไปนี้ มีหน้าที่ควบคุมดูแลและสนับสนุนให้มีการ

ปฏิบัติตามข้อ  ๑๖

 

 

- ๑๘ -

 

                        (๑)  กระทรวงอุตสาหกรรม  มีหน้าที่

                                (๑.๑)  พิจารณาคำขอรับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน

คำขอรับใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตาม

มาตรฐาน  และคำขอจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

                                ในระหว่างที่ยังพิจารณาคำขอตามวรรคหนึ่งไม่แล้วเสร็จ ให้

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นคำขอเพื่อใช้เป็นหลักฐานกับ

ส่วนราชการผู้ดำเนินการซื้อหรือจ้าง

                                (๑.๒)  จัดทำบัญชีคู่มือผู้ซื้อปีละหนึ่งครั้ง และใบแทรกคู่มือผู้ซื้อ

ระบุรายชื่อมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ประกาศกำหนดใหม่  และบัญชีรายชื่อผลิตภัณฑ์

รายใหม่ที่ได้ผ่านการพิจารณาตาม (๑.๑) เดือนละหนึ่งครั้ง เผยแพร่แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ

และหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น เป็นประจำ

                                (๑.๓)  ตรวจสอบความจำเป็นพิเศษของส่วนราชการตามข้อ ๑๖

(๔)  หากเป็นกรณีที่ไม่สมควรให้ทักท้วง  มิฉะนั้นให้ตอบรับทราบ ทั้งนี้ ภายในสิบวันทำการ

นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

                        (๒)  สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่สอดส่องมิให้มีการหลีกเลี่ยง

การปฏิบัติตามข้อ  ๑๖  หากพบการหลีกเลี่ยงให้รายงานผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป  เพื่อ

ดำเนินการทางวินัยแก่ผู้หลีกเลี่ยง และแจ้งให้ผู้รักษาการตามระเบียบทราบ

                        (ความใน (๑.๓) ของข้อ ๑๗ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ  ๑๐  แห่งระเบียบ

สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙)

 

วิธีซื้อและวิธีจ้าง

                ข้อ  ๑๘  การซื้อหรือการจ้างกระทำได้    วิธี คือ

                        (๑)  วิธีตกลงราคา

                        (๒)  วิธีสอบราคา

                        (๓)  วิธีประกวดราคา

                        (๔)  วิธีพิเศษ

                        (๕)  วิธีกรณีพิเศษ

                ข้อ  ๑๙  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา  ได้แก่การซื้อหรือการจ้าง

ครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน  ๑๐๐,๐๐๐  บาท

                (ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘)

 

 

- ๑๙ -

 

                ข้อ  ๒๐  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา  ได้แก่การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน  ๑๐๐,๐๐๐  บาท  แต่ไม่เกิน  ,๐๐๐,๐๐๐  บาท

                (ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘)

                ข้อ  ๒๑  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา  ได้แก่การซื้อหรือการจ้าง

ครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน  ,๐๐๐,๐๐๐  บาท

                (ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ    แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๘)

                ข้อ  ๒๒  การซื้อหรือการจ้างตามข้อ  ๑๙  และข้อ  ๒๐  ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง

เห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

                การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงิน

ต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใด  หรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนไป  จะกระทำมิได้

                การซื้อหรือการจ้างซึ่งดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือ ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้าง

จะสั่งให้กระทำตามวงเงินที่สัญญาเงินกู้หรือสัญญาเงินช่วยเหลือกำหนดก็ได้

                ข้อ  ๒๓  การซื้อโดยวิธีพิเศษ  ได้แก่  การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน

๑๐๐,๐๐๐  บาท  ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

                        (๑)  เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ  หน่วยงานตาม

กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มี

ฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของ

ต่างประเทศ

                        (๒)  เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ

                        (๓)  เป็นพัสดุเพื่อใช้ในราชการลับ

                        (๔)  เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็น  หรือ

เร่งด่วน  หรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ  และจำเป็นต้องต้องซื้อเพิ่ม (Repeat  Order)

                        (๕)  เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดำเนินการ

โดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

                        (๖)  เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่

จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ  ซึ่งหมายความรวมถึง  อะไหล่  รถประจำตำแหน่ง  หรือ

ยารักษาโรคที่ไม่ต้องจัดซื้อตามชื่อสามัญในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตามข้อ  ๖๐

                        (๗)  เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

 

 

 

- ๒๐ -

 

                        (๘)  เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

                (ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อ  ๑๑  แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙)

                ข้อ  ๒๔  การจ้างโดยวิธีพิเศษ  ได้แก่  การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน

๑๐๐,๐๐๐  บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

                        (๑)  เป็นงานที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะ  หรือผู้มีความชำนาญ

เป็นพิเศษ

                        (๒)  เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุด

เสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้  เช่น  งานจ้างซ่อมเครื่องจักร  เครื่องมือกล 

เครื่องยนต์  เครื่องไฟฟ้า  หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์  เป็นต้น

                        (๓)  เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน  หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่

ราชการ

                        (๔)  เป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของทางราชการ

                        (๕)  เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็น  หรือ

เร่งด่วน  หรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ และจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม (Repeat  Order)

                        (๖)  เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

                (ความในข้อนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ข้อ ๑๑ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย

การพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๙)

                ข้อ  ๒๕  สำหรับส่วนราชการในต่างประเทศ หรือมีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติใน

ต่างประเทศจะซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้ โดยให้ติดต่อซื้อหรือจ้างกับผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้าง

ทำงานนั้นโดยตรง

                ข้อ  ๒๖  การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ  ได้แก่  การซื้อหรือการจ้างจาก

ส่วนราชการ  หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานอื่น

ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น  หรือรัฐวิสาหกิจ  ในกรณี

ดังต่อไปนี้

                        (๑)  เป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเอง และนายกรัฐมนตรีอนุมัติ

ให้ซื้อหรือจ้าง

                        (๒)  มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้าง  และกรณีนี้

ให้รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดด้วย

 

รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง

                ข้อ  ๒๗  ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี  นอกจากการซื้อที่ดินและหรือ

 

กล่องข้อความ: กลับสู่เมนู